เคล็ดลับเสริมความหนุ่ม เพิ่มความหล่อ สำหรับผู้ชาย (2)

เคล็ดลับเสริมความหนุ่ม เพิ่มความหล่อ สำหรับผู้ชาย (2)

ใน เคล็ดลับเสริมความหนุ่ม ตอนที่ 1 ผมได้พูดถึงเรื่องอาหารการกิน ซึ่งเป็นปัจจัยภายในไปแล้ว ตอนที่ 2 นี้ เรามาพูดถึงปัจจัยภายนอก ที่ทำร้ายความหนุ่มความหล่อของเรากันครับ ซึ่งนั่นก็คือแสงแดด และมลภาวะนั่นเอง จากการวิจัยพบว่า แสงแดด ทำให้เกิดความเสียหายต่อผิวเรา รวมถึงริ้วรอยได้มากถึง 90% (skin aging) เลยทีเดียวครับ โดยทั่วไปจะพบรังสี UV ในแสงแดดได้ 3 ประเภท คือ

  • UVA 400-320 nm ก่อความเสียหายให้กับ Collagen และ Elastin ทำให้เกิดริ้วรอยความเหี่ยวย่น
  • UVB 320-290 nm ทำให้ผิวหมองคล้ำ ผิวเสีย จุดด่างดำ และ เป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนัง
  • UVC 290-100 nm ก่อให้เกิดความเสียหายมากที่สุด แต่ได้ถูกกรองโดยชั้นบรรยากาศโลก

สิ่งที่บ่งบอกถึงความเสียหาย จากการเผชิญกับแสงแดด

► ผิวคล้ำเสียจากแดด สีผิวไม่สม่ำเสมอ

► เกิดจุดด่างดำ เกิดฝ้า รอยแดงจากสิว

► ริ้วรอยเด่นชัดขึ้น และ ตีนกาที่ลึกขึ้น

► ผิวสูญเสียความกระชับ แก้มเหี่ยวย่น

► ผิวเริ่มหย่อนคล้อย คอเริ่มเหี่ยวย่น

► หน้าเริ่มดูบานขึ้น เพราะความเสื่อมถอย

นอกจากนี้ แสงแดด ยังก่อให้เกิดสารอนุมูลอิสระขึ้นมากมาย ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว และร่างกายโดยรวม พูดง่ายๆคือ “แก่ไว”นั่นเอง รวมถึงมลภาวะที่เราเผชิญอยู่ทุกวัน เช่น ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ อาหารที่แย่ ควันพิษจากรถยนต์ กลิ่นจากโรงงาน ฯลฯ  เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เรายิ่งดูแก่ขึ้นไปเรื่อยๆ ดังนั้นเรามาหาวิธีรับมือกับสิ่งเหล่านี้กันครับ

 

 

การดูแล และป้องกัน

ดูแลจากภายนอก : เริ่มที่การปกป้อง

1. หลีกเลี่ยงการเผชิญแดดโดยตรง ระหว่าง 09.30-16.00 น.
2. หากจำเป็น ให้สวมเสื้อแขนยาว หมวกปีกกว้าง หรือใช้ร่มที่กันรังสี UV
3. ควรทากันแดด ที่มีค่า SPF 30-50 (UVB) และมีค่า PA (UVA) ระดับ +++ / ++++  โดยสารกันแดดที่นิยมจะมีอยู่ 2 ประเภท คือแบบ chemical และ physical โดยแบบแรกจะเบาสบาย ไม่เหนาะหนะ ซึมง่าย แต่อาจเกิดการระคายเคืองได้ ส่วนแบบหลัง เหมาะกับผิวแพ้ง่าย แต่อาจก่อเกิดสิวได้ (จากประสบการณ์ส่วนตัวของ admin เอง)
4. ควรเลือกกันแดดที่มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระ anti-oxidant จะช่วยลดความเสียหายจากแสงแดดลงได้ และถ้าต้องออกแดดจัด หรือเพื่อเล่นกีฬากลางแจ้ง แนะนำที่มีคุณสมบัติที่กันเหงื่อ และกันน้ำด้วยนะครับ

ดูแลจากภายใน : เริ่มที่การฟื้นฟู

1. สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape seed extract)

มีคุณสมบัติเด่นในการกำจัดอนุมูลอิสระ ที่สูงกว่าวิตามินซี 20 เท่า และ วิตามินอี 50 เท่า โดยคงอยู่ในร่างกายได้นานถึง 72 ชม.เมื่อรับประทานเป็นประจำ จะทำให้ได้รับสาร OPCs ซึ่งเข้าไปยับยั้งการเสื่อมสลายของ Collagen ที่ถูกทำลายโดยแสงแดด และมลภาวะ ทำให้ช่วยชะลอการเสื่อมของผิวพรรณไม่ให้แก่ก่อนวัย

OPCs (Oligomeric Proanthocyanidins)  เป็นสารสำคัญอีกชนิดหนึ่ง ที่อยู่ในกลุ่มของไบโอฟลาโวนอยด์ มีคุณสมบัติที่สำคัญ ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง และละลายน้ำได้ดี OPCs จึงมีประสิทธิภาพมาก ในการปกป้องเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย จากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ รวมถึงมีประสิทธิภาพ ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มากกว่าวิตามิน C ถึง 20 เท่า และมากกว่า วิตามิน E ถึง 50 เท่า

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ ที่จะช่วยดูแลสุขภาพร่างกายของคุณ เสริมสุขภาพให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด บำรุงหลอดเลือด จึงช่วยป้องกันโรคหัวใจบรรเทาอาการมือและเท้าชา ทำให้ห่างไกลจากโรคเส้นเลือดขอด ชะลอความเสื่อมของโรคจอประสาทตาเสื่อม โรคต้อกระจก OPCs ยังสามารถทำงานร่วมกับวิตามินซี ในการทำให้คอลลาเจนทั่วร่างกายแข็งแรงขึ้น และยังช่วยป้องกันการสูญเสียวิตามินซีและอี

2. สารสกัดเปลือกสน (Pine bark extract)

สารสกัดจากเปลือกสน เป็นอีกแหล่งของสาร OPCs (Oligomeric Proanthocyanidins) ช่วยแก้ปัญหาความหมองคล้ำ กระ ฝ้า และเข้าไปบำรุงระบบเม็ดสีในร่างกาย ผลก็คือผิวที่สว่างใส ช่วยป้องกันความหมองคล้ำที่เกิดจากแสงแดดได้

ตัวสารสกัดจากเปลือกสนประกอบด้วย Anti-oxidant, UV-protection, ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด, ลดความดันโลหิต, ต้านการอักเสบ, ชะลอความเสื่อมของเซลล์, ป้องกันอัตราความเสี่ยงจาการเกิดโรคมะเร็ง, นำมาทำเป็นเครื่องดื่มสุขภาพ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

3. วิตามินซี

นอกจากจะช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการทำงานของคอลลาเจน ทำให้ผิวขาวใส แต่การทานวิตามินซีที่เป็นวิตามินเดี่ยวๆนั้นไม่แนะนำ ควรได้รับวิตามินซีจากอาหารตามธรรมชาติ เช่นจากฟักข้าว ส้ม หรือผลไม้ที่วิตามินซีสูงอื่นๆจะดีกว่าครับ

ถึงจะช่วยภูมิต้านทานให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้หายจากโรคร้ายได้ มีงานวิจัยยังพบว่าการกินวิตามินซีเป็นประจำทุกวัน สามารถช่วยลดระยะเวลาและทุเลาอาการโรคหวัดได้ในกรณีที่เป็นผู้ออกกำลังกายอย่างหนักอย่างต่อเนื่อง เช่น นักวิ่งมาราธอน นักสกี และทหารที่อยู่ในเขตอากาศหนาว เป็นต้น แต่การรับประทานวิตามินซีขณะเป็นหวัดอยู่ ไม่มีผลใดๆ ต่ออาการหวัดทั้งสิ้น และไม่ได้หมายความว่าการรับระทานวิตามินนี้นั้นจะช่วยป้องกันโรคหวัดหลังจากการเป็นหวัดด้วยเช่นกัน จึงต้องกินเป็นประจำเพื่อเสริมภูมิต้านทาน อย่าปล่อยให้รู้สึกแย่ก่อนแล้วค่อยกินนะครับ

4. ใบบัวบก / ใบแปะก๊วย

มีสรรพคุณช่วยเสริมสร้างและกระตุ้นการผลิต Collagen ทำให้ผิวขาวใส ลดเลือนริ้วรอย แลดูอ่อนกว่าวัย

ใบบัวบก มีวิตามิน A สูง แถมยังช่วยให้อารมณ์ และร่างกายของเรา สดชื่นอีกด้วย ซึ่งก็จะส่งผลให้เรานอนหลับได้ง่ายขึ้น และยิ่งช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ ร่างกายอาจจะปรับสภาพไม่ทันอาจจะป่วยขึ้นมาได้ ถ้าได้ดื่มน้ำใบบัวบกปั่นผสมขิง พริกไทย, ดีปลี ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการหวัดได้เป็นอย่างดี

ใบแปะก๊วย มีสรรพคุณดีๆ หลายอย่างที่ได้จากทั้งในเมล็ดและใบ อย่าง ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ลดระดับคอเลสเตอรอล มีปริมาณแร่ธาตุและวิตามินสูง บำรุงสุขภาพทางเพศ บรรเทาอาการอีกหลายโลก

5. โสม

คุณสมบัติเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยลดความเครียดระหว่างวันได้เป็นอย่างดี เมื่อความเครียดลดน้อยลง เราก็ดูอ่อนเยาว์ได้นานขึ้นด้วย

สรรพคุณและประโยชน์ของโสมสมกับเป็นยาอายุวัฒนะ เรียกได้ว่าเป็นยาดีที่ช่วยต้านโรคร้ายให้กับเราได้มากมาย บำรุงร่างกายแบบครบถ้วน อีกทั้งยังเป็นยาอายุวัฒนะและช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้อีกด้วย